รีวิว iPhone 4
- June 27th, 2010
- By kengz
- Write comment
Apple ได้วางจำหน่าย iPhone 4 เมื่อวันพฤหัสที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยในวันนั้น iPhone มีขายใน 4 ประเทศด้วยกัน นั้นคือ ญี่ปุ่น อเมริกา อังกฤษและฝรั่งเศส ส่วนตัวผมอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ทาง Apple UK ก็เปิดให้มีการ pre-order ก่อนล่วงหน้าแต่เนื่องด้วยปริมาณการสั่ง pre-order สูงมากจนทำให้ lot แรกที่จะออกวันที่ 24 มิ.ย. หมด, Apple จึงเลื่อนวันส่งของเป็น lot 2 คือวันที่ 3 มิ.ย. และก็หมดอีกครั้งนึง จนเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 14 มิ.ย.
![[kengz] iPhone 4 Review](http://farm5.static.flickr.com/4095/4738016578_71a4cd12f5.jpg)
ส่วนตัวผมเองก็เพิ่งตระหนักว่าตัวเองอยากได้มากแค่ไหน แต่ก็สายเกินไปแล้ว โอกาสเดียวที่จะได้เครื่องในวันแรกที่วางจำหน่ายนั้นคือ “walk-in” นั่นคือ ต้องเดินไปซื้อที่ Apple Retail Store ในวันนั้นเลย ซึ่งผมและพรรคพวกก็ไปยืนต่อแถวอยู่สักพักใหญ่ ๆ ก็ได้ iPhone 4 มาครอบครองในวันเปิดตัว
(น่าสงสารคนที่มาทีหลัง เนื่องจากของไม่เพียงพอ พนักงานจึงให้ลงชื่อแล้วจะแจ้งเวลาของ lot ใหม่มาถึง แล้วให้กลับบ้านไปจะได้ไม่รอเก้อ)
มาถึงเรื่องของรีวิวกันเลยดีกว่าครับ ผมได้ทำวีดีโอมาให้ชมกัน
ว่ากันด้วยเรื่องของ Sim-free
![[kengz] iPhone 4 Review](http://farm5.static.flickr.com/4141/4737376981_959d162963.jpg)
ที่ทาง website ของ Apple UK ได้ประกาศชัดเจนว่า iPhone 4 ที่วางจำหน่ายที่ Apple Store เป็นแบบ Sim-free นั่นคือสามารถเอาไปใช้กับ Operator ไหนก็ได้ในโลกครับ (อ้างอิงจาก http://store.apple.com/us/browse/home/shop_iphone/family/iphone#faqs ) ส่วนทาง iPhone 4 ที่วางจำหน่ายใน US ยังเป็นเหมือนที่ผ่านมาครับ นั่นคือติด Contract (นั่นคือต้องใช้บริการ AT&T ไปถึง 2 ปี) และ Locked (นั่นคือใช้ Sim ได้แค่ของค่าย AT&T เท่านั้นไม่ว่าจะใช้ครบ 2 ปีแล้วก็ตาม หรือเครื่องแบบเติมเงิน)
Retina Display
iPhone 4 ที่พัฒนาอย่างเห็นได้ชัดเจนนั่นคือ Retina Display นั่นคือมีความละเอียดมากกว่าเดิมถึง 4 เท่าในพื้นที่เท่าเดิม ทำให้ภาพและตัวหนังสือในขนาดเล็ก ๆ มีความคมชัด ซึ่งทาง Apple ได้อ้างว่าสายตาของมรุษย์เราไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างที่มองเห็นได้ในระดับความละเอียดที่ 300 pixel/inch ซึ่งเจ้าตัว Retina Display นี้มีความละเอียดมากกว่านั่นคือ 326 pixels/inch
เท่าที่ผมใช้งานมา ตัวหนังสือเล็ก ๆ ก็สามารถอ่านออกได้ ภาพถ่ายถึงจะดูจากจอเล็ก ๆ ของ iPhone ก็มีความคมชัดดี แต่ถึงอย่างไรผมก็ได้ทำการทดสอบเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่นคือผมได้ใช้เลนส์มาโครถ่ายภาพ pixel ของ iPhone 4 เทียบกับ iPhone ตัวเก่าของผมนั่นคือ 1st gen. มาเทียบกันให้เห็นว่าจำนวน pixel มากกว่ากันจริงหรือไม่
ส่วนภาพข้างล่างเป็นภาพขนาดจริงครับ
5 Megapixels Camera + HD Video Recording

สิ่งที่ได้พัฒนาจากตัวเดิมก็คือกล้องด้านหลังเครื่องซึ่งมีความละเอียดเพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านพิกเซลและมี Flash เพิ่มเข้ามาสำหรับถ่ายภาพในเวลากลางคืน ในการถ่ายภาพโดยใช้ iPhone 4 สามารถปรับได้ว่าต้องการจะใช้ Flash หรือไม่หรือตั้งให้เป็น Auto ก็ได้ แต่ที่ Apple ไม่ทำมาคือตัว iPhone 4 ไม่สามารถปรับ White Balance ส่วนด้านความคมชัดของภาพถือว่าจัดอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งสีและ Contrast สวยงาม ยิ่งดูในจอของตัวมันเองแล้วทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาดูสวยขึ้นมาทันที ด้านล่างเป็นตัวอย่างภาพขนาดจริงที่ผมได้ใช้กล้อง iPhone 4 ถ่ายครับ
ส่วนของ HD Video จะทำการบันทึกและนำเสนอต่อไป
The Death Grip อะไรคือ The Death Grip ?
หลังจากที่ iPhone 4 ออกวางจำหน่ายได้เพียงวันเดียว ได้มีหลายคนตั้งข้อสังเกตุว่า iPhone 4 มีปัญหาด้านสัญญาณที่หายไป จากการจับมือถือด้วยมือซ้าย ซึ่งจะทำให้ระดับสัญญาณค่อย ๆ หายไป แต่ก็ไม่ได้เป็นแค่ iPhone 4 เพราะหลังจากที่คนเริ่ม post video มาได้ไม่นาน ก็มีคนลองสังเกตุว่า iPhone รุ่นเก่า ๆ จะเป็นหรือไม่ ปรากฎว่า iPhone 3GS และ iPhone 3G ก็ประสบปัญหาเดียวกันหลังจากได้ทำการ upgrade firmware เป็น iOS 4 เพียงแต่ทุกคนมั่งมาที่ iPhone 4 เนื่องจากได้มาการ Design เสาอากาศใหม่โดยใช้แสตนเลส ซึ่งอยู่ด้านนอกของตัวโทรศัพท์ซึ่งไวต่อการสัมผัสของผิวหนังมากกว่าอยู่ภายในตัวเครื่อง ผมก็ได้แสดงการจับแล้วทำให้สัญญาณลดลงนะครับ แต่เท่าที่ทดลองไม่ทำให้ความเร็วในการติดต่อลดลงแต่อย่างไร เพียงแต่จำนวนแท่งของสัญญาณที่แสดงด้านซ้ายบนของจอนั้นลดลงเท่านั้นเอง













