สวัสดีครับหลังจากที่ไม่ได้อัพเดทบล็อกมานานพอสมควร (เช่นเคย การอัพเดทจะเป็นช่วงแหว่ง ๆ ตามอารมณ์และทรงผมคนเขียน) วันนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดีมาเขียนเล่าประสบกาณ์ (อันน้อยนิส) ของผมหลังจากที่ได้จับกล้องดิจิตอลมาได้ประมาณสองเดือนเศษ
ผมอยู่อังกฤษครับ ผมเพิ่งซื้อกล้องไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว แต่ผมไม่ค่อยได้ออกไปถ่ายรูปมากนักเพราะดันที่หน้าหนาวที่นี่พอดี อากาศค่อนข้างแย่แทบทุกวัน ฝนตก ลมแรง ฟ้าอึมครึม ผมพยายามลากนางแบบไปถ่ายข้างนอก แต่ก็ทนหนาวกันไม่ไหวต้องใส่เสื้อตัวใหญ่ ถ่ายออกมาไม่ค่อยสวย (โทษนางแบบ อิอิ)
ผมจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ (ที่เกี่ยวกับกล้อง) นั่งอ่านนู่นอ่านนี่ ดูรูปไปเรื่อย ๆ ลองถ่ายเล่นในห้องบ้าง ถ่ายตัวเองบ้าง ฯลฯ
แต่วันนี้ผมอยากจะมาเล่า และทดลอง สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มา… เรื่องของกล้องดิจิตอล

กล้องดิจิตอล.. มันต่างจากกล้องฟิล์มยังไง.. มันไม่ใช้ฟิล์ม มันใช้เมโมรี่การ์ด… มันใช้ image sensor รับภาพ… มันปรับได้เยอะแยะ…
ผมเองก็เป็นคนนึงที่ค่อนข้างจะงงกับค่าต่าง ๆ ของกล้องดิจิตอล ในช่วงแรก ๆ อาทิเช่น ISO, Shutter speed, Aperture, Focal length, blah blah blah
ซึ่งผมจะขออธิบายไว้คร่าว ๆ ก็พอนะคับ สำหรับพวกนี้.. เพราะคนอื่นคงเขียนเอาไว้เยอะแล้ว (ผมอนุญาตใช้คำที่อยากให้คนทั่วไปเข้าใจง่าย)
ISO speed คืออะไร ?
- ค่าความไวแสง เดิมเรียก (ASA) ยิ่งมีค่ามากภาพที่ได้จะมีความสว่างมากขึ้น… โดยปกติจะอยู่ในช่วง 100 – 3200 แต่กล้องบางรุ่น อาจปรับได้ถึง 12800 เลย
Aperture หรือ f-stop
- ขนาดของรูรับแสง.. มันก็คือรู… ที่ปล่อยให้แสงเข้ามาในกล้องของเรา.. ซึ่งหมายความว่า รูยิ่งใหญ่แสงจะเข้าได้เยอะ..ทำให้ภาพสว่างกว่ารูเล็ก..
Shutter speed
- ความเร็วในการเปิดม่าน shutter.. ก็คือเวลาในการปล่อยให้แสงผ่านเข้ามาที่กล้องเรา ยิ่งปล่อยให้แสงเข้านานเท่าไรยิ่งทำให้ภาพสว่างขึ้น…
ทีนี้เนี่ยในกล้องดิจิตอล เวลาเราถ่ายปกติให้ได้ภาพที่แสงกำลังพอดี ไม่มืดเกินไป ไม่สว่างเกินไป..ขั้นตอนกลไกของกล้องดิจิตอลนี้เรียกว่า การวัดแสง..
การวัดแสง.. คือกล้องจะคำนวณค่าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ISO, f-stop, shutter speed ให้เหมาะสมกับภาพที่เรากำลังจะถ่ายนั้นนั่นเอง
มาถึงตอนนี้อยากให้ลองไปอ่านแบบละเอียดอีกทีที่ web ไหนก็ได้ ลอง search ด้วย google ดูคับ เพราะต่อไปนี้ ไม่มีอธิบายแบบด้านบนแล้ว.
ฮา…
เอาหล่ะ เรามาดูกันว่า ค่าทั้งสามค่านั้น มีผลยังไงกับภาพของเราบ้าง
ISO Speed ==> ยิ่งมาก ทำให้สว่างขึ้น และกลับกัน ยิ่งมากจะเกิด Noise มากขึ้นด้วย
Aperture ==> ยิ่งมีค่ามาก (คือรูกว้างอ่ะนะ) ยิ่งทำให้แสงเข้าเยอะ แต่จะทำให้ความชัดตื้นลง (shallow depth of field) และหลังละลายมากขึ้น
ตัวอย่าง f กว้าง –> f/2.8 f/4 ……. ตัวอย่าง f น้อย f/11 f/22
Shutter speed ==> ยิ่งเปิดนาน ยิ่งแสงเข้าเยอะ แต่ผลเสียก็คือ หากใช้มือถือกล้อง อาจทำให้ภาพเบลอได้
shutter speed แบบคร่าว ๆ โดยที่ใช้มือถือกล้องแล้วไม่เบลอ คือ 1/focal length (fov)
เช่นกล้อง full frame ใช้ lens 50mm ควรใช้ shutter speed เร็วกว่า 1/50
กล้อง d90 ใช้เลนส์ 50mm พอคูณ 1.5 = 75mm (fov) ควรใช้ shutter speed เร็วกว่า 1/75
กล้อง canon 450d 50mm พอคูณ 1.6 = 80mm (fov) ควรใช้ shutter speed เร็วกว่า 1/80
เป็นต้น
เรามารู้จักแสง และความเข้มของแสงบ้าง..
ผมจะไม่ยกสูตรการคำนวณมาเยอะแยะเช่นหรือกฎ Inverse Square Laws มาให้งงกันนะครับ แต่อยากให้จำไว้ใช้เลย เพราะเราคงไม่คำนวณกันหรอก เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจสูตร
รู้แค่ว่าความเข้มของแสง มันลดลงเป็นแบบทวีคูณ ไม่ใช่ลดลงเป็นเส้นตรง.. เอ๊ะ อ่านแล้ว งง ไหม
ผมจะยกตัวอย่างนะคร๊าบ ผมขี้เกียจสร้างภาพขอเขียนเป็น text เลยนะครับ ยกตัวอย่างตามรูป

สมมุติว่าจุด X เป็นหลอดไฟ.. เรายืนอยู่ที่ A.. แล้วเขยิบไปยืน B เนี่ย ความสว่างจะลดลงครึ่งนึงและหากเราเขยิบไปยืนที่จุด C เนี่ย ความสว่างจะลดลงจากจุด B อีกครึ่งนึง
ซึ่งฟังดูก็เหมือนปกติดีนะเนี่ย เรายืนที่จุด A ห่าง 1 m ความสว่าง X พอเราเยิบไปจุด C ห่าง 4m ความสว่างเหลือ X/4 ( มันลดครึ่งนึงสองครั้ง)
แต่.. มันไม่ปกติครับ..ที่ผมต้องบอกว่าไม่ปกติเพราะว่า… ค่าตัวเลขในกล้องดิจิตอลนั้น มันไม่ได้สัมพันธ์แบบนั้น มันมีหน่วยของมัน หน่วยของมันคือ stop !
ไอ้เจ้า stop นี่มันแปลว่าอะไร. ผมก็ไม่รู้ ว่ามันมาจากไหน มันใช้กับอะไรได้บ้าง แต่ที่เห็นหลายคนพูดกันเขาใช้เป็นหน่วยที่เปรียบเทียบความสว่างบนกล้องดิจิตอลได้ บางคนอาจพูดถึงความสว่างในการจัดไฟด้วยซ้ำ เรามาดูกันว่า ไอ้เจ้า stop มันวัดอย่างไร
ทุก ๆ ความเข้มแสงเปลี่ยนสองเท่า.. ค่า stop จะเปลี่ยนแค่ 1 อย่างเช่นจากภาพด้านบน หากเคลื่อนจากจุด A ไป B เนี่ยความสว่างจะห่างกัน 1 stop, หากเลื่อนจาก B ไป C เนี่ย ความสว่างที่จุด B และ C จะห่างกันอีก 1 stop ซึ่งก็แปลว่าจากจุด A ไป C ความสว่างจะต่างกัน 2 stop.. งงไหมครับ ถ้างง ลองอ่านย่อหน้านี้อีกรอบนะ 555
โอเคเรารู้แล้วว่าหน่วยของความสว่าง หรือ อะไรก็แล้วแต่ เรีัยก stop ต่อไปนี้ ในบทความ ผมจะใช้คำว่า stop stop stop ทั้งหมดเลยนะ ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจก่อนว่าค่า ISO, Shutter speed, aperture นั้น มีผลยังไงกับ stop นี้มั่ง
เริ่มต้นที่ ISO , ค่า ISO เหล่านี้ห่างกันตัวละ 1 stop ตามลำดับ
100,200,400,800,1600,3200,6400,12800 ซึ่งจะสังเกตุได้่ว่าทุก ๆ ค่าที่เพิ่มสองเท่า จะห่างกัน 1 stop (100 = สว่างน้อย, 12800 สว่างมาก)
ค่า shutter speed เหล่านี้มีผลกับแสงที่เข้ากล้องห่างกัน 1 stop ตามลำดับ
1/4000 , 1/2000 , 1/1000 , 1/500 , 1/250 , 1/125 , 1/60 , 1/30 , 1/15 , 1/8 , 1/4 , 1/2 , 1 วิ(1/4000 = เร็วมากแสงน้อย, 1วิ = นาน แสงมาก)
ส่วนค่า aperture เหล่านี้ห่างกัน 1 stop อีกเหมือนกัน แต่จะดูงง ๆ หน่อยนะ เพราะมันไม่เหมือนสองอันข้างบน
f/1, f/1.4 , f/2 , f/2.8 , f/4 , f/5.6 , f/8 , f/11, f/16 , f/22 (ซึ่ง f/1 = กว้าง แสงมาก, f/22 = แคบแสงน้อย)
ตอนนี้ก็เริ่มเข้าใจ scale ในการเปลี่ยนแปลงค่าต่าง ๆ ที่ใช้ในการ expose รูปแล้วนะครับแต่จริง ๆ แล้วหากปรับใน mode A หรือ S เนี่ยเราไม่ต้องสนใจค่าพวกนี้ก็ได้ เพราะกล้องคำนวณให้หมดเลย แต่ผมมี tips ง่าย ๆ ในการถ่ายภาพในโหมดพวกนี้ สมมุติเราอยู่โหมด A เราต้องการถ่ายคน สมมุติเราใช้เลนส์ 85mm ที่ f/8 พอวัดแสงแล้ว กล้องมันปรับ shutter speed ให้เป็น 1/30 ซึ่งเร็วไม่พอที่จะทำให้ภาพคมชัด (จากสูตรเขียนไว้ด้านบนนู่น) มันควรจะเป็น 1/125 ซะมากกว่า ซึ่งเราต้องการ shutter speed ให้เร็วขึ้น 2 stop.. เรามีวิธีสองวิธีที่จะทำอย่างนั้น แล้วให้ภาพมีความสว่างถูกต้องเท่าเดิม และได้ภาพที่ไม่เบลอจากการที่ใช้มือถือกล้อง.
วิธีแรก ปรับ f ให้กว้างขึ้น.. 2 stop จาก f/8 –> f/4 ค่าของ shutter speed จะเปลี่ยนเป็น 1/125 อัตโนมัตื (แต่ความชัดจะตื้นขึ้นด้วย)
วิธีที่สอง ปรับ iso ขึ้น 2 stop สมมุติใช้ iso 200 อยู่ก็ปรับไปเป็น 800 แต่ก็อาจจะมี noise มากขึ้น
ทุกอย่างได้อย่างก็ต้องเสียอย่างครับ จะเอา f กว้าง ความชัดจะตื้นขึ้น แต่ก็อาจจะเป็นผลดีสำหรับบางคนที่ต้องการความชัดตื้น… แต่เลนส์จะแพงมากขึ้นด้วย, iso สูง noise ก็จะมากขึ้นด้วย, shutter speed ช้าลง –> ภาพมีโอกาสเบลอขึ้น
นั่นไง หากเรารู้หน่วย.. เราก็ไม่ต้องเสียเวลาปรับมั่ว ๆ จนเข้าที่.. แค่มองปุ๊บก็รู้เลยว่าควรใช้ค่าอะไร
นี่เป็นภาพตัวอย่างความมืดความสว่าง



ภาพสามภาพนี้ใช้ค่าเท่ากันหมด เปลี่ยนแค่ค่า f เท่านั้นโดยภาพแรกใช้ f/10 (ให้ดูเฉพาะ background ก่อนนะครับ) มีการ expose ปกติ ภาพที่สอง f/20 จะเห็นว่าจะมืดลง บอกได้คร่าว ๆ ว่า มืดลง 2 stop.. หรืออาจจะพูดได้ว่า underexposed 2 stop
ส่วนภาพที่สามใช้ f/5 จะสว่างกว่าภาพแรก 2 stop หรือ overexposed 2 stop ตรงนี้อยากให้สังเกตุเสื้อด้านหลังว่าความเบลอและความชัดจะต่างกันเป็นผลมาจากค่า f
เรามาดูตัวอย่างต่อไป



คราวนี้ลองปรัย shutter speed บ้าง ภาพแรกปกติ f/10 speed 1/10s
ส่วนภาพที่สองนั้นเราเปิด shutter ให้นานขึ้นเป็น 1/2.5s ซึ่งจะ overexposed 2 stop เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับภาพด้านบนที่ f/5 แล้วมีความสว่างเท่ากันเลย
และรูปที่สามก็เช่นกันเปิด shutter เป็น 1/40 จะ underexposed 2 stop เหมือนกับ f/20 ด้านบน..
เหนื่อย.. ที่จริงวันนี้กะว่าจะเขียนเรื่องความสัมพันธุ์ระหว่าง shutter speed, aperture, iso กับแสง flash และแสงธรรมชาตินะเนี่ย.. แต่ยังไม่ได้เริ่มเลย
ปูพื้นฐานนานไปหน่อย ไว้คราวนี้จะมาต่อเรื่องความสัมพันธ์กับแสงแฟรชด้วยนะคร๊าบ วันนี้ขอตัว…